Phone :
(+66) 02-530-9629
Line :
Facebook :
Email :
แรงงาน MOU เป็นแรงงานถูกต้องตามกฎหมาย
GBTi ดำเนินการนำเข้าแรงงาน MOU ทุกขั้นตอน
บริการต่างด้าวครบวงจร
✅ ความหมายของ “ระบบ MOU”
MOU คือ ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลประเทศต้นทาง ว่าจะร่วมกันควบคุม ดูแล และอำนวยความสะดวกในการจัดส่งแรงงานมายังประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่ผ่านนายหน้าเถื่อน
✅ ขั้นตอนการนำเข้าแรงงานระบบ MOU (แบบย่อ)
นายจ้างยื่นขออนุญาตนำเข้าแรงงาน ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดหรือกรมการจัดหางาน
นายจ้างได้รับอนุญาต (Demand Letter)
ส่งข้อมูลไปยังประเทศต้นทาง เพื่อจัดหาแรงงาน
แรงงานผ่านการคัดเลือก ตรวจสุขภาพ ทำพาสปอร์ต และวีซ่า
แรงงานเดินทางเข้าไทยแบบถูกต้อง ด้วยหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงาน
นายจ้างรับแรงงานและพาไปขึ้นทะเบียนแรงงาน ทำประกันสุขภาพ ฯลฯ
✅ ข้อดีของระบบ MOU
ถูกกฎหมาย 100%
ลดความเสี่ยงการถูกจับ ปรับ หรือส่งกลับประเทศ
แรงงานมีสิทธิตามกฎหมายแรงงานไทย
ช่วยให้นายจ้างสามารถควบคุมคุณภาพแรงงานได้ดีขึ้น
ลดปัญหาแรงงานหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย
การบริการ รีเทิร์น MOU วาระ 4 ปี คือกระบวนการที่ แรงงานต่างด้าวที่เคยทำงานในไทยครบสัญญา 4 ปีภายใต้ระบบ MOU แล้วเดินทางกลับประเทศต้นทาง และต้องการกลับเข้ามาทำงานใหม่ในไทยอีกครั้งอย่างถูกกฎหมาย โดยผ่านระบบ MOU ใหม่อีกวาระหนึ่ง
✅ ความหมายโดยสรุป:
“รีเทิร์น MOU” หมายถึง การ กลับมาใหม่ ของแรงงานที่เคยเข้ามาทำงานตามระบบ MOU ครบ 4 ปี (ระยะเวลาสูงสุดตามกฎหมาย) และได้ เดินทางกลับประเทศแล้วอย่างถูกต้อง
เป็นการนำแรงงาน “เก่า” กลับเข้ามาทำงานอีกครั้ง โดยต้องดำเนินการ เหมือนการนำเข้าแรงงานใหม่ (แต่จะเร็วขึ้น เพราะมีข้อมูลเดิมอยู่แล้ว)
✅ ขั้นตอนโดยสังเขป:
นายจ้างยื่นคำขอรับแรงงานเก่ากลับเข้ามา (Returnee MOU)
ประเทศต้นทางตรวจสอบว่าแรงงานเคยทำงานและกลับจริง
ดำเนินการเหมือนระบบ MOU ปกติ:
– ตรวจสุขภาพ
– ทำพาสปอร์ต
– ขอวีซ่า
– ทำ Work Permit
เดินทางกลับเข้ามาทำงานในไทยได้อย่างถูกต้องอีก 4 ปี
✅ ข้อดีของการรีเทิร์น MOU:
ไม่ต้องหาแรงงานใหม่ — นายจ้างได้แรงงานที่เคยทำงานด้วยแล้ว กลับมาอย่างถูกกฎหมาย
แรงงาน รู้ระบบไทยอยู่แล้ว ปรับตัวง่าย
เร็วกว่า ถูกต้องกว่า และปลอดภัยกว่า การหลบหนีเข้ามาใหม่แบบผิดกฎหมาย
“กลุ่มมติ ครม. 24 ก.ย. 2567 (13 ก.พ. 2568)” คือคำที่ใช้เรียกถึง แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (พม่า ลาว กัมพูชา) ที่ได้รับการผ่อนผันให้อยู่และทำงานในประเทศไทยต่อได้ชั่วคราว ตาม มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ออกเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 และมีการกำหนดกรอบเวลาสำคัญที่เกี่ยวข้องในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568
✅ สรุปง่าย ๆ:
กลุ่มนี้คือแรงงานต่างด้าวที่ อยู่ในไทยอย่างผิดกฎหมายหรือหมดอายุเอกสาร
ครม. มีมติให้ ผ่อนผันให้อยู่และทำงานต่อได้ชั่วคราว เพื่อเปิดโอกาสให้นายจ้างและแรงงานเข้าสู่ระบบถูกกฎหมาย
มีการกำหนด กรอบเวลาในการดำเนินการยื่นเรื่อง / ทำเอกสาร / ตรวจสุขภาพ / ขอใบอนุญาตทำงาน ให้แล้วเสร็จภายใน 13 กุมภาพันธ์ 2568
✅ กลุ่มแรงงานที่เข้าข่ายมติ ครม. นี้
แรงงานต่างด้าวที่หลุดจากระบบ MOU แล้วแต่ยังไม่ได้เดินทางกลับประเทศ
แรงงานที่หมดอายุวีซ่า / ไม่มีใบอนุญาตทำงาน
แรงงานที่เคยขึ้นทะเบียนในช่วงก่อนหน้า เช่น กลุ่มที่อยู่ระหว่างรอการพิสูจน์สัญชาติ
แรงงานที่เคยทำงานอย่างถูกกฎหมาย แต่หลุดจากระบบแล้วนายจ้างยังต้องการใช้แรงงานต่อ
✅ สิ่งที่นายจ้าง/แรงงานต้องทำ:
ยื่นแจ้งความต้องการแรงงานภายในเวลาที่กำหนด
ดำเนินการตรวจสุขภาพแรงงาน
ขออนุญาตทำงานใหม่
นำแรงงานเข้าสู่ระบบตามที่รัฐกำหนด (เช่น ทำบัตรชมพู พิสูจน์สัญชาติ ฯลฯ)
✅ จุดประสงค์ของมติ ครม. นี้:
แก้ปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย
ลดปัญหาการค้ามนุษย์ และการลักลอบเข้าเมือง
ควบคุมแรงงานต่างด้าวให้อยู่ในระบบตรวจสอบได้
การบริการเปลี่ยนนายจ้างของแรงงานต่างด้าว คือ การดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้แรงงานต่างด้าวที่มีใบอนุญาตทำงานอยู่แล้ว สามารถเปลี่ยนจาก นายจ้างเดิม ไปทำงานกับ นายจ้างใหม่ ได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดกฎหมาย
✅ สรุปง่าย ๆ:
แรงงานต่างด้าวที่มี Work Permit (ใบอนุญาตทำงาน) อยู่กับนายจ้างเดิม แต่ต้องการเปลี่ยนไปทำงานกับนายจ้างใหม่ (เช่น เลิกจ้าง ลาออก หรือมีเหตุจำเป็น) จำเป็นต้อง ยื่นขออนุญาตเปลี่ยนนายจ้าง ผ่านระบบที่ถูกต้อง
✅ ใครสามารถเปลี่ยนนายจ้างได้?
แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (พม่า ลาว กัมพูชา) ที่อยู่ในไทย อย่างถูกต้องตามระบบ MOU หรือระบบอื่นที่รัฐอนุญาต และมี ใบอนุญาตทำงานถูกต้อง อยู่เดิม
✅ เหตุผลทั่วไปที่แรงงานเปลี่ยนนายจ้าง:
นายจ้างเลิกจ้าง / กิจการปิดตัว
นายจ้างไม่ต่อใบอนุญาตทำงานให้
แรงงานลาออก (ภายใต้เงื่อนไขที่อนุญาต)
ความไม่ปลอดภัยในสถานที่ทำงาน
นายจ้างเก่าทำผิดกฎหมายแรงงาน
✅ เอกสารที่ใช้ในการเปลี่ยนนายจ้าง (โดยทั่วไป):
ใบอนุญาตทำงานเดิมของแรงงาน (Work Permit)
หนังสือรับรองการลาออกหรือเลิกจ้างจากนายจ้างเดิม
เอกสารนายจ้างใหม่ เช่น ทะเบียนนิติบุคคล, หนังสือรับรองบริษัท
แบบฟอร์มแจ้งเปลี่ยนนายจ้าง
หนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวแรงงาน
หลักฐานอื่นตามที่กรมการจัดหางานกำหนด
✅ ข้อควรระวัง:
แรงงานต้องเปลี่ยนนายจ้าง ภายในระยะเวลาที่กำหนด (ส่วนมากไม่เกิน 15-30 วันหลังลาออก) มิฉะนั้นจะถือว่าผิดกฎหมาย
การเปลี่ยนนายจ้างต้องได้รับ ความยินยอมจากนายจ้างเดิม (เว้นแต่มีเหตุผลจำเป็นหรือมีคำสั่งรัฐรองรับ)
✅ บริการของบริษัทนำเข้าแรงงาน:
บริษัทที่ให้บริการด้านแรงงานต่างด้าวมักมีบริการ “เปลี่ยนนายจ้าง” เช่น:
ตรวจสอบคุณสมบัติแรงงาน
จัดทำเอกสารที่จำเป็น
ยื่นเอกสารกับสำนักงานจัดหางาน
ดำเนินการด้านใบอนุญาตใหม่
ประสานกับนายจ้างเดิม (หากต้องใช้หนังสือยินยอม)
“แจ้งที่พักอาศัยภายใน 24 ชั่วโมง” ของแรงงานต่างด้าว คือ ข้อบังคับตามกฎหมายคนเข้าเมืองไทย ที่ระบุว่า เมื่อมีชาวต่างชาติ (รวมถึงแรงงานต่างด้าว) เข้ามาพักอาศัยในประเทศไทย เจ้าบ้าน/เจ้าของสถานที่พัก หรือผู้จัดการสถานที่ จะต้องแจ้งที่พักอาศัยของชาวต่างชาตินั้นต่อ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ภายใน 24 ชั่วโมง นับจากเวลาที่เข้าพัก
✅ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง:
มาตรา 38 แห่ง พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
✅ ใครต้องเป็นผู้แจ้ง?
นายจ้าง (ถ้าแรงงานพักในบ้านหรือที่พักของนายจ้าง)
เจ้าบ้าน / เจ้าของที่พัก / ผู้ให้เช่า (หอพัก อพาร์ตเมนต์ โรงแรม ฯลฯ)
แรงงานต่างด้าวเอง ไม่ใช่ผู้แจ้ง
✅ แจ้งที่ไหนและอย่างไร?
แจ้งด้วยตนเอง ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประจำจังหวัด/พื้นที่
แจ้งออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์: https://www.immigration.go.th/
แจ้งผ่านแอป: แอป “Section38” ของ ตม.
แจ้งทางไปรษณีย์ (ในบางกรณี)
✅ เอกสารที่ต้องใช้:
แบบฟอร์ม ตม.30 (แจ้งที่พักชาวต่างชาติ)
สำเนาพาสปอร์ตของแรงงานต่างด้าว
สำเนาใบอนุญาตทำงาน (ถ้ามี)
สำเนาทะเบียนบ้าน / หนังสือรับรองที่พักของผู้แจ้ง
สำเนาบัตรประชาชนของผู้แจ้ง
✅ หากไม่แจ้งภายใน 24 ชั่วโมงจะเป็นอย่างไร?
มีโทษปรับ สูงสุด 10,000 บาท ต่อคน
เป็นความผิดของเจ้าบ้าน / นายจ้าง ไม่ใช่แรงงานต่างด้าว
ส่งผลต่อการตรวจสอบภายหลัง เช่น การต่อใบอนุญาตทำงาน หรือการตรวจ ตม.
แจ้งเข้า-แจ้งออกของแรงงานต่างด้าว คือ การดำเนินการที่ นายจ้าง/เจ้าบ้าน/ผู้ประกอบการ ต้องแจ้งต่อ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการจัดหางาน หรือ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เมื่อลูกจ้างแรงงานต่างด้าว เริ่มทำงาน (เข้า) หรือ เลิกจ้าง/ลาออก (ออก) เพื่อให้ข้อมูลในระบบแรงงานต่างด้าว เป็นปัจจุบันและถูกต้องตามกฎหมาย
✅ แจ้งเข้า (เริ่มจ้าง/เข้าทำงาน)
แจ้งว่าแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานกับนายจ้างแล้ว
ต้องแจ้งภายใน 15 วันนับจากวันที่เริ่มงาน
แจ้งต่อ: กรมการจัดหางาน (เขต/จังหวัด)
เอกสารประกอบ เช่น
สำเนาหนังสือเดินทางแรงงาน
ใบอนุญาตทำงาน (ถ้ามี)
แบบฟอร์มแจ้งเข้า/แบบ ตท.2
สำเนาบัตรประชาชนของนายจ้าง
✅ แจ้งออก (เลิกจ้าง/ลาออก/ย้ายกลับประเทศ)
แจ้งว่าแรงงานคนนั้น เลิกทำงาน/พ้นสภาพการจ้าง
ต้องแจ้งภายใน 15 วันนับจากวันที่ออก
แจ้งต่อ: กรมการจัดหางาน และในบางกรณี สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
เอกสารประกอบ เช่น
แบบฟอร์มแจ้งออก/แบบ ตท.3
สำเนา Work Permit
สำเนาพาสปอร์ตแรงงาน
เอกสารเลิกจ้าง (ถ้ามี)
✅ หากไม่แจ้ง จะมีผลอย่างไร?
ผิดกฎหมายแรงงานและคนเข้าเมือง
ถูกปรับทางปกครองหรือทางอาญา (ค่าปรับเริ่มต้นหลักพันจนถึงหมื่นบาท)
มีผลต่อการขอจ้างแรงงานในอนาคต หรือการต่อใบอนุญาตทำงาน
การรายงานตัวทุก 90 วันของแรงงานต่างด้าว คือ ข้อบังคับตามกฎหมายคนเข้าเมืองไทย ที่กำหนดให้ ชาวต่างชาติทุกคน ที่พำนักในประเทศไทยเกิน 90 วัน ต้องรายงานตัวต่อ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ทุก ๆ 90 วัน นับจากวันแรกที่เข้ามาอยู่ในประเทศหรือจากวันที่รายงานครั้งล่าสุด
✅ ใครต้องรายงานตัว 90 วัน?
ชาวต่างชาติทั่วไป (รวมถึงแรงงานต่างด้าวในระบบ MOU หรือถือวีซ่าระยะยาว)
ยกเว้นผู้ที่เดินทางออกนอกประเทศก่อนครบกำหนด 90 วัน (เริ่มนับใหม่เมื่อกลับเข้าไทย)
✅ วิธีการรายงาน:
รายงานด้วยตนเอง ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
รายงานทางไปรษณีย์ (ต้องส่งก่อนวันครบกำหนดไม่น้อยกว่า 15 วัน)
รายงานออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ https://www.immigration.go.th
ผ่านแอปพลิเคชัน เช่น Section38 (บางกรณี)
✅ เอกสารที่ใช้:
แบบฟอร์ม ตม.47 (รายงานตัว 90 วัน)
สำเนาหนังสือเดินทาง
สำเนาหน้าวีซ่าหรือตราประทับล่าสุด
สำเนาบัตรแจ้งที่พักอาศัย (ตม.6 หรือ ตม.30)
สำเนาใบอนุญาตทำงาน (ถ้ามี)
✅ หากไม่รายงานจะเกิดอะไรขึ้น?
มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
หากถูกจับก่อนรายงาน ปรับเพิ่มอีก 200 บาทต่อวัน
อาจส่งผลต่อการขอต่ออายุวีซ่า หรือใบอนุญาตทำงาน
การบริการต่อเอกสารภายในประเทศ ของแรงงานต่างด้าวหมายถึงการดำเนินการเพื่อ ขยายระยะเวลา หรือ ต่ออายุเอกสารที่เกี่ยวข้อง กับการทำงานและการอยู่อาศัยในประเทศไทย โดยเอกสารที่สามารถต่ออายุได้หรือมีการขอใหม่ เช่น ใบอนุญาตทำงาน วีซ่า และ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพักอาศัย เช่น บัตรประจำตัวคนต่างด้าว หรือบัตรชมพู
✅ บริการต่อเอกสารที่สำคัญของแรงงานต่างด้าวภายในประเทศ มีดังนี้:
การต่ออายุใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)
การขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานสำหรับแรงงานต่างด้าวที่ต้องการทำงานในประเทศไทยต่อหลังจากใบอนุญาตหมดอายุ
ต้องยื่นขอต่ออายุ ก่อนหมดอายุไม่น้อยกว่า 15 วัน
เอกสารที่ต้องใช้ เช่น ใบอนุญาตทำงานเดิม, พาสปอร์ต, รูปถ่าย, ใบรับรองจากนายจ้าง เป็นต้น
การขอใบอนุญาตทำงานใหม่ (สำหรับแรงงานที่ย้ายงาน)
หากแรงงานต่างด้าวเปลี่ยนนายจ้าง ต้องยื่นขอใบอนุญาตทำงานใหม่
จำเป็นต้องมีเอกสารจากนายจ้างใหม่ เช่น หนังสือรับรองการจ้างงาน, ทะเบียนบริษัทของนายจ้างใหม่ เป็นต้น
การต่ออายุวีซ่าหรือการขอวีซ่าประเภทต่าง ๆ
การขอต่ออายุ วีซ่า (Visa) ที่แรงงานต่างด้าวถืออยู่ เช่น วีซ่าทำงาน หรือ วีซ่าเข้ามาทำงานในไทย
เอกสารที่ต้องใช้ เช่น พาสปอร์ต, รูปถ่าย, เอกสารการจ้างงาน เป็นต้น
การขอใบอนุญาตอยู่ต่อในประเทศไทย (Extension of Stay)
การขยายระยะเวลาอยู่ในประเทศไทยสำหรับแรงงานต่างด้าวที่มีอายุวีซ่าหรือใบอนุญาตหมดอายุ
สำหรับแรงงานที่ต้องการอยู่ในไทยต่อ เช่น เปลี่ยนสถานะจาก วีซ่าท่องเที่ยว ไปเป็น วีซ่าทำงาน หรือ วีซ่าผู้พำนักชั่วคราว
การต่อบัตรชมพู (Alien Registration Card)
บัตรชมพูคือบัตรประจำตัวที่ออกให้แก่แรงงานต่างด้าวที่มีการจ้างงานในประเทศไทย
การขอต่อบัตรชมพูในกรณีที่หมดอายุ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล (ชื่อ, ที่อยู่ ฯลฯ)
การขอต่อทะเบียนการพำนัก (แจ้งที่อยู่)
แรงงานต่างด้าวต้องแจ้งที่พักอาศัยในทุก ๆ 90 วัน หรือในกรณีที่ย้ายที่อยู่ใหม่
ต้องรายงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือที่สำนักงานทะเบียนท้องถิ่น
✅ ขั้นตอนในการต่อเอกสาร:
รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง (เช่น พาสปอร์ต, ใบอนุญาตทำงานเดิม, ใบรับรองการจ้างงาน, รูปถ่าย ฯลฯ)
กรอกแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง (เช่น แบบฟอร์มขอใบอนุญาตทำงาน, แบบฟอร์มขอต่อวีซ่า)
ยื่นเอกสารและแบบฟอร์มที่สำนักงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือสำนักงานจัดหางาน
ชำระค่าธรรมเนียม (ถ้ามี)
รอการอนุมัติและรับเอกสารใหม่
✅ ข้อควรระวัง:
ต้องยื่นขอต่อเอกสาร ก่อนหมดอายุ (ในบางกรณีสามารถยื่นได้ล่วงหน้าก่อนหมดอายุได้ 30 วัน)
หากไม่ดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนดอาจมีผลต่อสถานะทางกฎหมายของแรงงาน
หากทำการผิดพลาดหรือเอกสารไม่ครบถ้วน อาจทำให้การต่อเอกสารล่าช้า
MOU ครบ 2 ปี หมายถึง การที่แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยตาม ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศ (MOU) ระหว่าง ไทยและประเทศต้นทาง (เช่น พม่า, ลาว, กัมพูชา) จะครบกำหนดสัญญาทำงานที่มีระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทย ซึ่งจะมีขั้นตอนในการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้แรงงานต่างด้าวสามารถดำเนินการต่อไปได้หลังจากครบกำหนด 2 ปี
✅ MOU คืออะไร?
MOU (Memorandum of Understanding) คือ ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศ ที่ทำขึ้นเพื่อ นำเข้าแรงงานต่างด้าว จากประเทศเพื่อนบ้านมาทำงานในประเทศไทย โดยมีการกำหนดเงื่อนไขและระเบียบที่ต้องปฏิบัติร่วมกัน เช่น จำนวนแรงงานที่นำเข้า, ค่าจ้าง, สวัสดิการ, และการทำงานในสาขาต่าง ๆ
ในกรณีของประเทศไทย MOU จะใช้กับแรงงานต่างด้าวจากประเทศต่าง ๆ เช่น พม่า, ลาว, และกัมพูชา โดยระยะเวลาในการจ้างงานภายใต้ MOU ส่วนใหญ่จะกำหนดไว้ที่ 2 ปี.
✅ ขั้นตอนเมื่อ MOU ครบ 2 ปี
เมื่อแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาภายใต้ MOU ครบระยะเวลา 2 ปี อาจมีการดำเนินการดังนี้:
การขอต่ออายุการทำงาน
หากนายจ้างยังต้องการให้แรงงานทำงานต่อ สามารถยื่นขอ ขอต่ออายุใบอนุญาตทำงาน หรือ ขอทำสัญญาใหม่ ภายใต้ MOU โดยจะต้องดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดก่อนครบกำหนด 2 ปี
แรงงานสามารถทำงานต่อไปได้หากได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การส่งกลับบ้าน
หลังจาก MOU ครบ 2 ปี แรงงานต้อง กลับประเทศต้นทาง หรือ ขออนุญาต เพื่อเดินทางกลับบ้านและอาจต้องทำการยื่นขอ ใบอนุญาตเข้าใหม่ หากต้องการทำงานใหม่ในอนาคต
การย้ายไปทำงานกับนายจ้างอื่น
บางกรณีหลังครบ 2 ปี แรงงานต่างด้าวอาจขอ ย้ายไปทำงานกับนายจ้างใหม่ แต่จะต้องดำเนินการผ่านช่องทางและตามขั้นตอนของกฎหมายไทยและ MOU ที่ได้ตกลงกัน
✅ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง:
หลังจาก MOU ครบ 2 ปี แรงงานต่างด้าวอาจไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทย เกินระยะเวลา 2 ปี โดยไม่ได้ขอต่ออายุ
หากนายจ้างไม่ต่อสัญญา แรงงานต่างด้าวจะต้อง เดินทางออกจากประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
หากมีการละเมิดเงื่อนไขใน MOU หรือกฎหมาย แรงงานต่างด้าวอาจต้องเผชิญกับโทษหรือค่าปรับ
✅ สรุป:
MOU คือ ข้อตกลงระหว่างประเทศในการนำเข้าแรงงานต่างด้าว
เมื่อครบ 2 ปี แรงงานต่างด้าวต้องดำเนินการตามเงื่อนไขใน MOU
สามารถขอต่ออายุ ใบอนุญาตทำงาน หรือ กลับประเทศต้นทาง
การไม่ปฏิบัติตามอาจทำให้เกิดการลงโทษ
การต่อเอกสารกลุ่มมติ ครม. และกลุ่มแรงงานเถื่อน คือการดำเนินการตามนโยบายหรือมติที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้กำหนดขึ้นเพื่อจัดการกับกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น กลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีเอกสารหรือที่เรียกว่า “แรงงานเถื่อน” ซึ่งอาจเป็นแรงงานที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือวีซ่าที่ถูกต้อง
✅ กลุ่มมติ ครม. และการต่อเอกสาร
กลุ่มมติ ครม. อาจเกี่ยวข้องกับการดำเนินการในหลายด้าน เช่น การนำเข้าแรงงานต่างด้าวตามเงื่อนไขที่กำหนดในมติ ครม. รวมถึงการต่ออายุหรือการขออนุญาตในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะในกรณีที่แรงงานต่างด้าวเหล่านั้นต้องการขยายระยะเวลาการทำงานในประเทศไทย
การต่อเอกสารตามมติ ครม. คือการดำเนินการตามระเบียบที่รัฐมนตรีคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ เช่น การยืดระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างด้าวบางกลุ่ม หรือการอนุญาตให้นายจ้างสามารถใช้แรงงานต่างด้าวตามข้อกำหนดของมติ ครม.
ตัวอย่าง:
มติ ครม. ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าแรงงาน อาจอนุญาตให้มีการขยายระยะเวลาการทำงานในบางอุตสาหกรรม (เช่น ก่อสร้าง, การเกษตร) หรือการขอใบอนุญาตทำงานใหม่ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนด
การขยาย ระยะเวลาการทำงาน ของแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาภายใต้ MOU และ มติ ครม.
✅ กลุ่มแรงงานเถื่อน (Illegal Migrant Workers)
กลุ่มแรงงานเถื่อน หมายถึง แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย หรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่กำหนด เช่น ไม่มีการขอใบอนุญาตทำงาน หรือไม่มีวีซ่าที่ถูกต้อง ซึ่งจะถือเป็นการละเมิดกฎหมายของประเทศ
ตัวอย่างของ แรงงานเถื่อน:
แรงงานที่เข้ามาทำงานโดยไม่ผ่านกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น เข้ามาทำงานในประเทศไทยด้วยวีซ่าท่องเที่ยวแล้วทำงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต
แรงงานที่เข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมหรือกิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของมติ ครม.
✅ การต่อเอกสารสำหรับแรงงานเถื่อน
ในกรณีที่แรงงานต่างด้าวมีสถานะเป็น แรงงานเถื่อน และต้องการขอเอกสารที่ถูกต้อง เช่น ใบอนุญาตทำงาน หรือ วีซ่า โดยปกติแล้วจะต้องทำการ ปรับสถานะ หรือ ขออนุญาตใหม่ ตามขั้นตอนที่กำหนด ซึ่งอาจรวมถึง:
การขอปรับสถานะ:
แรงงานเถื่อนที่ต้องการทำงานต่อสามารถ ขอปรับสถานะ เป็นแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมายภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยอาจต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม เช่น พาสปอร์ต, รูปถ่าย, และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
การขอต่อใบอนุญาตทำงานใหม่:
หากแรงงานเถื่อนต้องการทำงานต่อในประเทศไทย สามารถขอ ใบอนุญาตทำงานใหม่ ได้ แต่จะต้องมีการตรวจสอบและให้เอกสารที่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
การยื่นขอวีซ่าทำงาน:
หากแรงงานเถื่อนต้องการอยู่ในประเทศไทยต่อไป อาจต้องทำการ ขอวีซ่าทำงาน หรือ ขอวีซ่าประเภทอื่น ตามความเหมาะสม
การเดินทางออกจากประเทศ:
ในกรณีที่ไม่สามารถขอปรับสถานะได้ อาจต้องดำเนินการ ส่งกลับแรงงาน ไปยังประเทศต้นทางตามกฎหมาย และอาจมีการ ห้ามเข้าประเทศไทย ในอนาคต
✅ สรุป:
กลุ่มมติ ครม. เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีในการอนุมัติการนำเข้าแรงงานต่างด้าวและการขยายระยะเวลาทำงานหรือการดำเนินการตามนโยบาย
กลุ่มแรงงานเถื่อน หมายถึงแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ซึ่งอาจต้องดำเนินการขอปรับสถานะหรือขอเอกสารให้ถูกต้องตามกฎหมาย
การต่อเอกสาร สำหรับแรงงานเถื่อนเป็นกระบวนการที่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกส่งกลับประเทศหรือโดนลงโทษตามกฎหมาย
การต่อ Work Permit และ Visa สำหรับแรงงานต่างด้าว หมายถึง กระบวนการที่แรงงานต่างด้าวต้องดำเนินการเพื่อขยายหรือยืดอายุการทำงานในประเทศไทยหลังจากใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และวีซ่า (Visa) หมดอายุ เพื่อให้สามารถทำงานและอาศัยอยู่ในประเทศได้ตามกฎหมาย
✅ Work Permit (ใบอนุญาตทำงาน)
Work Permit คือเอกสารที่ออกโดย กระทรวงแรงงาน ที่อนุญาตให้แรงงานต่างด้าวทำงานในประเทศไทยได้ตามสาขาอาชีพที่ได้รับอนุญาต โดยมีกฎระเบียบที่ชัดเจนในการยื่นขอและการต่ออายุใบอนุญาตทำงาน
การต่อ Work Permit คืออะไร?
การ ต่อ Work Permit คือการยื่นขอขยายระยะเวลาให้ใบอนุญาตทำงานที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงแรงงานก่อนหน้านี้ ยังคงมีผลใช้ได้ และแรงงานต่างด้าวสามารถทำงานต่อไปได้ โดยจะต้องทำตามขั้นตอนและมีเอกสารต่าง ๆ ที่จำเป็น เช่น:
เอกสารที่เกี่ยวข้องกับนายจ้าง เช่น ใบอนุญาตการทำธุรกิจ
เอกสารของแรงงาน เช่น พาสปอร์ต, รูปถ่าย, และใบอนุญาตทำงานเดิม
ใบรับรองการทำงาน จากนายจ้าง
ขั้นตอนการต่อ Work Permit:
เตรียมเอกสารที่จำเป็น
ยื่นคำขอขอต่อใบอนุญาตทำงานผ่าน กระทรวงแรงงาน หรือ สำนักงานจัดหางาน ท้องถิ่น
ตรวจสอบสถานะและการอนุมัติ
หากการต่ออายุได้รับการอนุมัติ จะได้รับ Work Permit ฉบับใหม่
การต่อ Work Permit สำคัญ:
แรงงานต่างด้าวต้อง ต่อ Work Permit ก่อนใบอนุญาตหมดอายุ เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดกฎหมาย
หากแรงงานไม่มี Work Permit ที่ถูกต้อง จะถือว่าเป็น การทำงานผิดกฎหมาย
✅ Visa (วีซ่า)
Visa คือเอกสารที่ออกโดย สถานทูต หรือ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถเข้ามาอาศัยและทำงานในประเทศไทยได้ตามประเภทวีซ่าที่ได้รับอนุมัติ
การต่อ Visa คืออะไร?
การ ต่อ Visa คือการยืดอายุการเข้าประเทศและการอาศัยอยู่ของแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย โดยทั่วไปแล้วจะต้องมีการยื่นขอต่ออายุวีซ่าก่อนที่วีซ่าจะหมดอายุ เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าข่าย การเข้าเมืองผิดกฎหมาย
ประเภทของ Visa ที่เกี่ยวข้อง:
Visa Non-Immigrant B (Business Visa): สำหรับผู้ที่ต้องการทำงานในประเทศไทย
Visa Non-Immigrant O (Other): สำหรับผู้ที่ต้องการทำงานหรือมีการพำนักในประเทศไทยเป็นระยะเวลานาน
Visa Non-Immigrant O-A: สำหรับผู้ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยในฐานะผู้เชี่ยวชาญหรือผู้จัดการ
ขั้นตอนการต่อ Visa:
เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น พาสปอร์ต, การอนุญาตจากนายจ้าง, หลักฐานการทำงาน
ยื่นคำขอ ต่อ Visa ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ สถานทูตไทย ในต่างประเทศ
ตรวจสอบและรอการอนุมัติการต่อวีซ่า
หากการต่อวีซ่าได้รับการอนุมัติ จะได้รับ วีซ่าฉบับใหม่ ที่มีระยะเวลาอายุยาวขึ้น
การต่อ Visa สำคัญ:
หากไม่ต่อวีซ่าภายในเวลาที่กำหนดจะทำให้เกิดการอยู่เกินเวลาหรือ ทำผิดกฎหมาย และอาจต้องเสียค่าปรับหรือถูกส่งกลับประเทศ
✅ สรุป:
การต่อ Work Permit: เป็นการขอขยายระยะเวลาใบอนุญาตทำงานให้สามารถทำงานในประเทศไทยได้ต่อเนื่อง โดยต้องทำตามขั้นตอนของกระทรวงแรงงาน
การต่อ Visa: เป็นการยืดอายุการอนุญาตให้เข้าประเทศและอาศัยอยู่ในประเทศไทยตามประเภทวีซ่า โดยต้องขอจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือสถานทูต
ทั้งสองกระบวนการเป็นส่วนสำคัญในการให้แรงงานต่างด้าวสามารถทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง
บัตรชมพู หรือที่เรียกว่า “บัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว” เป็นเอกสารที่ออกโดย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) หรือ กระทรวงแรงงาน เพื่อระบุตัวตนและสถานะของแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย ซึ่งจะใช้ในการแสดงตัวตนของแรงงานต่างด้าวในการทำงานและการอยู่อาศัยในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
✅ บัตรชมพู คืออะไร?
บัตรชมพูเป็นบัตรประจำตัวที่แรงงานต่างด้าวต้องมีในกรณีที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน (พม่า, ลาว, กัมพูชา) และได้รับอนุญาตให้ทำงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ตามกฎหมายไทย
บัตรนี้จะมีข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว เช่น ชื่อ, รูปถ่าย, หมายเลขประจำตัว, สถานะการทำงาน, สถานที่ทำงาน, และข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบสถานะของแรงงานต่างด้าวในประเทศ
✅ การทำบัตรชมพู สำหรับแรงงานต่างด้าว
การทำ บัตรชมพู มีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้:
การลงทะเบียนแรงงานต่างด้าว:
แรงงานต่างด้าวจะต้องลงทะเบียนกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ สำนักงานจัดหางาน ก่อนที่จะได้รับบัตรชมพู โดยจะต้องมีเอกสารพื้นฐาน เช่น พาสปอร์ต, รูปถ่าย, และเอกสารการอนุญาตทำงาน (Work Permit)
การตรวจสอบสถานะการทำงาน:
เมื่อลงทะเบียนแล้ว สำนักงานจะตรวจสอบสถานะการทำงานของแรงงานต่างด้าว และอนุมัติการออกบัตรชมพูให้กับแรงงานที่มีสถานะถูกต้องตามกฎหมาย
การยื่นคำขอ:
นายจ้างหรือตัวแทนของแรงงานต่างด้าวสามารถยื่นคำขอเพื่อขอรับบัตรชมพูจากสำนักงานที่เกี่ยวข้อง
การออกบัตรชมพู:
เมื่อคำขอได้รับการอนุมัติและตรวจสอบครบถ้วนแล้ว บัตรชมพูจะถูกออกให้แรงงานต่างด้าว
✅ ประโยชน์ของบัตรชมพู:
ระบุตัวตน: บัตรชมพูช่วยระบุสถานะของแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย
การตรวจสอบง่าย: บัตรชมพูทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ง่ายว่าแรงงานคนใดทำงานในประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สิทธิประโยชน์: ช่วยให้แรงงานต่างด้าวได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การเข้ารับบริการทางการแพทย์หรือการใช้สิทธิอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
✅ การต่ออายุบัตรชมพู:
บัตรชมพูมีระยะเวลาในการใช้งานที่จำกัด (ปกติจะมีอายุ 2 ปี) ซึ่งเมื่อใกล้หมดอายุ แรงงานต่างด้าวหรือนายจ้างต้องยื่นขอต่ออายุบัตรชมพูเพื่อให้สามารถทำงานในประเทศไทยได้ต่อไป
ขั้นตอนการต่ออายุบัตรชมพู:
เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น พาสปอร์ต, รูปถ่าย, ใบอนุญาตทำงานที่มีอยู่
ยื่นคำขอต่ออายุที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือสำนักงานจัดหางาน
รอการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ และรับบัตรชมพูใหม่
✅ ข้อบังคับและข้อควรระวัง:
แรงงานต่างด้าวต้องมีบัตรชมพูที่มีอายุการใช้งานที่ถูกต้อง หากไม่มีบัตรชมพูหรือบัตรหมดอายุ อาจถือเป็นการทำงานผิดกฎหมาย
บัตรชมพูเป็นเอกสารที่ใช้สำหรับการตรวจสอบสถานะการทำงานของแรงงานต่างด้าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สรุป:
บัตรชมพู คือบัตรประจำตัวของแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย ซึ่งจะใช้สำหรับระบุตัวตนและสถานะการทำงานของแรงงานต่างด้าวในประเทศ และช่วยให้การตรวจสอบสถานะต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวกและถูกต้องตามกฎหมาย
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนหรือเอกสารที่ต้องเตรียมในการขอบัตรชมพู หรือการต่ออายุบัตรชมพู ผมยินดีที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ!
การจัดเก็บอัตลักษณ์ของแรงงานต่างด้าว หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางกฎหมายที่สำคัญของแรงงานต่างด้าว เพื่อใช้ในการตรวจสอบและการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะมีข้อมูลที่ต้องเก็บและจัดเก็บตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และกระทรวงแรงงาน
✅ ข้อมูลที่ต้องจัดเก็บอัตลักษณ์ของแรงงานต่างด้าว
ข้อมูลส่วนตัว:
ชื่อ-นามสกุล
เพศ
วันเดือนปีเกิด
สัญชาติ
หมายเลขพาสปอร์ตและข้อมูลการเดินทาง (เช่น วันหมดอายุของพาสปอร์ต)
ข้อมูลการทำงาน:
ประเภทงานที่ทำ
ชื่อสถานประกอบการหรือสถานที่ทำงาน
ตำแหน่งที่ทำงาน
ระยะเวลาของสัญญาการจ้างงาน (หากมี)
ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) หรือการอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย
ข้อมูลการเข้าออกประเทศ:
ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้ามาของแรงงานต่างด้าว เช่น การขออนุญาตเข้าประเทศ การตรวจลงตรา (Visa) และการแจ้งเข้าที่พัก
การแจ้งสถานที่ทำงานและที่อยู่ของแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย
ข้อมูลการตรวจสอบทางกฎหมาย:
บัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว (บัตรชมพู)
รายละเอียดการต่ออายุใบอนุญาตทำงาน และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ เช่น การตรวจสุขภาพ การทำประกันสังคม หรือการจ่ายภาษี
ข้อมูลสถานะการทำงานในประเทศไทย:
การตรวจสอบการทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น การตรวจสอบสถานะแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน และการจ่ายเงินประกันสังคม
✅ การเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัย
ข้อมูลส่วนบุคคล ของแรงงานต่างด้าวจะต้องได้รับการจัดเก็บอย่างปลอดภัยและไม่เปิดเผยให้กับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย
การเก็บข้อมูลจะต้องเป็นไปตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานที่เก็บข้อมูลต้องมีมาตรการในการปกป้องข้อมูลดังกล่าว
ข้อมูลต่าง ๆ จะต้องได้รับการเก็บในระบบที่สามารถเข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีการตรวจสอบที่ชัดเจน
✅ การตรวจสอบและการอัปเดตข้อมูล
ต้องมีการ ตรวจสอบข้อมูล ของแรงงานต่างด้าวอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจสอบสถานะการทำงานและการต่ออายุบัตรประจำตัว หรือใบอนุญาตทำงาน
ข้อมูลจะต้องได้รับการ อัปเดต ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น การย้ายงาน การขออนุญาตทำงานใหม่ หรือการต่ออายุใบอนุญาตทำงาน
✅ ประโยชน์ของการจัดเก็บอัตลักษณ์แรงงานต่างด้าว
ความโปร่งใส: ช่วยให้กระบวนการจ้างงานของแรงงานต่างด้าวมีความโปร่งใสและเป็นไปตามกฎหมาย
การติดตามสถานะการทำงาน: ทำให้สามารถติดตามและตรวจสอบสถานะของแรงงานต่างด้าวได้ง่ายขึ้น เช่น การตรวจสอบว่าแรงงานมีสถานะถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
ความปลอดภัยในการจัดการข้อมูล: ทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวได้รับการจัดเก็บและปกป้องอย่างถูกต้อง ไม่ถูกเปิดเผยหรือใช้ในทางที่ผิด
การป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย: การจัดเก็บข้อมูลอย่างละเอียดจะช่วยให้สามารถตรวจสอบได้ว่าแรงงานต่างด้าวทำงานในประเทศไทยตามกฎหมายหรือไม่
สรุป:
การจัดเก็บอัตลักษณ์ของแรงงานต่างด้าวคือการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการทำงาน ข้อมูลการเข้าประเทศ และข้อมูลการตรวจสอบตามกฎหมาย เพื่อการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวให้ถูกต้องตามกฎหมาย และเพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น การจัดเก็บข้อมูลต้องทำอย่างปลอดภัยและเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของแรงงานต่างด้าวและความปลอดภัยในการดำเนินการของนายจ้าง
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลหรือขั้นตอนการดำเนินการต่าง ๆ ผมยินดีที่จะให้คำแนะนำเพิ่มเติมครับ!
การทำพาสปอร์ต (Passport) ของแรงงานต่างด้าวจากประเทศพม่า, ลาว และกัมพูชา หมายถึง กระบวนการที่แรงงานต่างด้าวจากประเทศเหล่านี้ต้องขอรับพาสปอร์ตเพื่อใช้ในการเดินทางออกจากประเทศต้นทางและเข้ามาทำงานในประเทศไทย พาสปอร์ตจะช่วยให้การตรวจสอบและการอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทยมีความถูกต้องตามกฎหมาย
✅ ประเภทพาสปอร์ตของประเทศต่าง ๆ
พาสปอร์ตพม่า (Myanmar)
เล่มแดง: พาสปอร์ตประเภทนี้เป็นพาสปอร์ตปกติที่ออกให้แก่พลเมืองทั่วไป ซึ่งสามารถใช้เดินทางไปต่างประเทศได้
เล่มเขียว: พาสปอร์ตเล่มเขียวของพม่ามักเป็นพาสปอร์ตชั่วคราวที่ออกให้แก่ผู้ที่ต้องการเดินทางออกนอกประเทศในระยะเวลาสั้น ๆ หรือสำหรับกรณีฉุกเฉิน
พาสปอร์ตลาว (Laos)
เล่มสีแดง: เป็นพาสปอร์ตปกติที่ออกให้แก่ประชาชนที่ต้องการเดินทางต่างประเทศ
พาสปอร์ตฉุกเฉิน: พาสปอร์ตประเภทนี้อาจเป็นพาสปอร์ตชั่วคราวที่ออกให้ในกรณีที่ประชาชนลืมพาสปอร์ตหรือเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
พาสปอร์ตกัมพูชา (Cambodia)
เล่มสีแดง: เป็นพาสปอร์ตที่ออกให้กับพลเมืองกัมพูชาเพื่อการเดินทางออกนอกประเทศ
เล่มสีเขียว: พาสปอร์ตประเภทนี้เป็นพาสปอร์ตชั่วคราวหรือพาสปอร์ตที่ออกให้ในกรณีพิเศษ เช่น การขออนุญาตเดินทางออกจากประเทศในระยะเวลาสั้น ๆ
✅ กระบวนการทำพาสปอร์ต
เตรียมเอกสารที่จำเป็น
ใบแจ้งเกิด หรือเอกสารยืนยันตัวตนอื่น ๆ
รูปถ่ายขนาดพาสปอร์ต ตามข้อกำหนด
ใบขอพาสปอร์ต หรือแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องที่ออกโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ
เอกสารอื่น ๆ เช่น การยืนยันตัวตนจากนายจ้างหรือใบอนุญาตทำงาน (ในบางกรณี)
การยื่นคำขอ
ผู้ขอพาสปอร์ตต้องไปยื่นคำขอที่สำนักงานที่รับผิดชอบในประเทศต้นทาง เช่น สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ของกระทรวงการต่างประเทศ หรือ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศต้นทาง ตามกระบวนการที่กำหนด
การกรอกข้อมูล
ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามคำแนะนำในแบบฟอร์มคำขอ
การตรวจสอบและการออกพาสปอร์ต
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและข้อมูลที่ยื่นขอพาสปอร์ต จากนั้นพาสปอร์ตจะถูกออกให้ภายในระยะเวลาที่กำหนด
พาสปอร์ตที่ออกจะมีระยะเวลาในการใช้งานที่กำหนดโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ
✅ พาสปอร์ตชั่วคราว
ในบางกรณีแรงงานต่างด้าวอาจได้รับพาสปอร์ตชั่วคราวหรือพาสปอร์ตประเภท “เล่มเขียว” หากมีการขอพาสปอร์ตในสถานการณ์ที่ไม่สามารถจัดทำพาสปอร์ตปกติได้ทันที โดยพาสปอร์ตประเภทนี้จะมีอายุการใช้งานที่จำกัด และมักจะใช้สำหรับการเดินทางในกรณีฉุกเฉิน หรือเมื่อแรงงานต่างด้าวต้องการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศอย่างรวดเร็ว
✅ การใช้พาสปอร์ตในการทำงานในประเทศไทย
แรงงานต่างด้าวต้องใช้พาสปอร์ต เพื่อขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ในประเทศไทย เพื่อให้การทำงานในไทยเป็นไปตามกฎหมาย
นายจ้างต้องตรวจสอบพาสปอร์ตของแรงงาน ก่อนการจ้างงาน เพื่อให้แน่ใจว่าแรงงานต่างด้าวมีเอกสารถูกต้องและครบถ้วน
พาสปอร์ตต้องมีอายุการใช้งาน ที่เพียงพอต่อการขอใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย
สรุป:
การทำพาสปอร์ตของแรงงานต่างด้าวจากพม่า, ลาว, และกัมพูชาเป็นกระบวนการที่ช่วยให้แรงงานต่างด้าวมีเอกสารทางการที่จำเป็นในการเดินทางเข้าออกประเทศและขออนุญาตทำงานในประเทศไทย โดยพาสปอร์ตที่ออกจะมีประเภทที่แตกต่างกัน เช่น เล่มแดงสำหรับพาสปอร์ตปกติและเล่มเขียวสำหรับพาสปอร์ตชั่วคราว ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของประเทศต้นทาง
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำพาสปอร์ตหรือการขอใบอนุญาตทำงานให้แรงงานต่างด้าว ผมยินดีที่จะช่วยแนะนำครับ!
การบริการล่ามเมียนมาฟรี เป็นบริการที่จัดขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการสื่อสารระหว่างแรงงานชาวเมียนมา (พม่า) กับนายจ้าง หน่วยงานราชการ หรือสถานพยาบาลต่าง ๆ โดยทั่วไปจะมีล่ามช่วยแปลภาษาเมียนมา–ไทย เพื่อให้การดำเนินการต่าง ๆ ถูกต้องและไม่เกิดความเข้าใจผิด
✅ ตัวอย่างบริการล่ามเมียนมาฟรี มีดังนี้:
ล่ามในกระบวนการขึ้นทะเบียนแรงงาน
ช่วยแปลเอกสารและขั้นตอนการกรอกแบบฟอร์ม
อธิบายสิทธิ หน้าที่ และเงื่อนไขของการทำงานในไทย
ล่ามในโรงพยาบาล
อำนวยความสะดวกในการพูดคุยกับแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล
แปลอาการป่วย ประวัติสุขภาพ และคำแนะนำจากแพทย์ให้แรงงานเข้าใจ
ล่ามในการอบรมแรงงานต่างด้าว
แปลเนื้อหาการอบรม เช่น กฎหมายแรงงาน ความปลอดภัยในการทำงาน ฯลฯ
ช่วยให้แรงงานเข้าใจสิทธิพื้นฐานและข้อปฏิบัติที่จำเป็น
ล่ามในกระบวนการต่อวีซ่า/ใบอนุญาตทำงาน
ช่วยแปลระหว่างแรงงานกับเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานแรงงานหรือตรวจคนเข้าเมือง
แนะนำเอกสารที่ต้องเตรียมและขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ
ล่ามในการร้องเรียน หรือดำเนินคดีแรงงาน
สำหรับแรงงานที่มีปัญหากับนายจ้าง ล่ามจะช่วยประสานงานและแปลความระหว่างแรงงานกับเจ้าหน้าที่รัฐ
ล่ามในการติดต่อราชการทั่วไป
เช่น การแจ้งที่พักอาศัย, การรายงานตัว, การยื่นขอเอกสารต่าง ๆ
✅ หน่วยงานหรือองค์กรที่มักมีบริการล่ามเมียนมาฟรี:
กรมการจัดหางาน / ศูนย์บริการแรงงานต่างด้าว
โรงพยาบาลรัฐที่มีแรงงานต่างด้าวใช้บริการจำนวนมาก
มูลนิธิหรือ NGO ที่ช่วยเหลือแรงงานต่างด้าว เช่น MAP Foundation, มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชน
นายจ้างหรือบริษัทจัดหางานที่มีความรับผิดชอบ
การบริการแปลภาษาเมียนมาฟรี คือ บริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารระหว่างชาวเมียนมากับคนไทย หรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างด้าว เช่น การทำเอกสาร การรักษาพยาบาล หรือการดำเนินการทางราชการ
✅ รูปแบบของบริการแปลภาษาเมียนมาฟรี มีอะไรบ้าง
แปลเอกสารราชการ
เช่น แบบฟอร์มใบอนุญาตทำงาน, แบบฟอร์ม ตม.30, หนังสือแจ้งเข้า-แจ้งออก, แบบรายงานตัว ฯลฯ
แปลสนทนา
แปลไทย-เมียนมา เพื่อสื่อสารระหว่างแรงงานเมียนมากับเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรทางการแพทย์
ใช้ในโรงพยาบาล, ศูนย์ตรวจสุขภาพ, ศูนย์จัดหางาน หรือด่านตรวจคนเข้าเมือง
แปลระหว่างการอบรมหรือประชุม
เช่น การอบรมความปลอดภัยในการทำงาน, การอบรมสิทธิแรงงาน ฯลฯ
แปลให้แรงงานเข้าใจเนื้อหาสำคัญครบถ้วน
แปลในการร้องเรียนหรือดำเนินคดีแรงงาน
ให้แรงงานสามารถอธิบายปัญหาได้ชัดเจน
ช่วยเจ้าหน้าที่ทำความเข้าใจกรณีพิพาทแรงงาน
✅ ใครให้บริการแปลภาษาเมียนมาฟรีบ้าง
บริการล่ามประจำโรงงาน/สถานประกอบการ คือ การจัดให้มีบุคลากรที่สามารถสื่อสารได้ทั้ง ภาษาไทย และ ภาษาของแรงงานต่างด้าว (เช่น เมียนมา ลาว กัมพูชา) ประจำอยู่ในสถานที่ทำงาน เพื่อช่วยแปลภาษาและอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารระหว่างนายจ้างกับแรงงานต่างด้าว
✅ ประโยชน์ของบริการล่ามประจำโรงงาน
ลดความเข้าใจผิด
ป้องกันปัญหาจากการสื่อสารผิด เช่น คำสั่งงานผิด การเข้าใจผิดเรื่องกฎระเบียบ
ช่วยอบรม/สื่อสารภายใน
แปลเนื้อหาในการอบรมเรื่องความปลอดภัย กฎโรงงาน การปฏิบัติงานให้แรงงานเข้าใจ
สนับสนุนงานบุคคล/HR
ช่วยแปลเอกสารแรงงาน เช่น การแจ้งสิทธิ ประกันสังคม วันลา ฯลฯ
ช่วยในการแก้ปัญหาแรงงาน
แปลให้ในการร้องเรียน แจ้งปัญหา หรือการไกล่เกลี่ยระหว่างนายจ้าง-ลูกจ้าง
สนับสนุนการต่อเอกสาร
เช่น ช่วยแปลระหว่างการดำเนินการต่อ Work Permit, Visa, บัตรชมพู ฯลฯ
บริการล่ามประจำโรงงาน/สถานประกอบการ คือ การจัดให้มีบุคลากรที่สามารถสื่อสารได้ทั้ง ภาษาไทย และ ภาษาของแรงงานต่างด้าว (เช่น เมียนมา ลาว กัมพูชา) ประจำอยู่ในสถานที่ทำงาน เพื่อช่วยแปลภาษาและอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารระหว่างนายจ้างกับแรงงานต่างด้าว
✅ ประโยชน์ของบริการล่ามประจำโรงงาน
ลดความเข้าใจผิด
ป้องกันปัญหาจากการสื่อสารผิด เช่น คำสั่งงานผิด การเข้าใจผิดเรื่องกฎระเบียบ
ช่วยอบรม/สื่อสารภายใน
แปลเนื้อหาในการอบรมเรื่องความปลอดภัย กฎโรงงาน การปฏิบัติงานให้แรงงานเข้าใจ
สนับสนุนงานบุคคล/HR
ช่วยแปลเอกสารแรงงาน เช่น การแจ้งสิทธิ ประกันสังคม วันลา ฯลฯ
ช่วยในการแก้ปัญหาแรงงาน
แปลให้ในการร้องเรียน แจ้งปัญหา หรือการไกล่เกลี่ยระหว่างนายจ้าง-ลูกจ้าง
สนับสนุนการต่อเอกสาร
เช่น ช่วยแปลระหว่างการดำเนินการต่อ Work Permit, Visa, บัตรชมพู ฯลฯ
การที่ ล่ามพม่าสาธิตการทำงานและอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงาน มีความสำคัญอย่างมากในกระบวนการถ่ายทอดความเข้าใจระหว่างหัวหน้างานคนไทยกับแรงงานชาวพม่า โดยมีรายละเอียดหลัก ๆ ดังนี้:
✅ หน้าที่ของล่ามพม่าขณะสาธิตการทำงาน
1. แปลคำสั่งงานและขั้นตอนการทำงาน
แปลคำสั่งจากหัวหน้างานไทย → ภาษาพม่า
แปลกลับเมื่อแรงงานมีคำถาม
แปลคำเตือนหรือข้อควรระวังในการทำงาน
ตัวอย่าง:
🗣 ไทย: ให้หยิบชิ้นงานด้วยมือขวา วางบนสายพาน แล้วกดปุ่มสีเขียว
🗣 พม่า: ညာလက်နဲ့ ပစ္စည်းကိုယူပြီး ကွန်ဗေးယာပေါ်မှာထားပါ။ အစိမ်းရောင်ခလုတ်ကို နှိပ်ပါ။
2. สาธิตวิธีการทำงานเบื้องต้น
ล่ามจะทำให้ดูพร้อมพูดอธิบาย (พูด–ทำ–ชี้จุด)
ใช้ภาษากายช่วยในการสื่อสาร เช่น ชี้, ทำท่าทาง, ยกของจริง
หัวข้อที่มักต้องสาธิต:
การใช้เครื่องมือ
การยืนในสายการผลิต
วิธีการยกของให้ถูกท่า
การใช้ PPE (หมวก, ถุงมือ, หน้ากาก)
3. อธิบายข้อควรระวัง/ความปลอดภัย
พื้นลื่น ห้ามวิ่ง
ห้ามใส่ถุงมือเข้าเครื่องจักร
ห้ามโทรศัพท์ขณะทำงาน
ตัวอย่างคำพูด (แปล):
🗣 เครื่องนี้อันตรายมาก ห้ามใช้มือเปล่าสัมผัสเด็ดขาด
🗣 ဒီစက်က 危険တယ်။ လက်ကာမသုံးဘဲ မထိပါနဲ့။
4. ติดตามและสังเกตแรงงานระหว่างฝึกงาน
ช่วยแรงงานเมียนมาแก้ไขข้อผิดพลาด
สอบถามแรงงานเข้าใจหรือไม่
แจ้งหัวหน้างานหากมีปัญหาเรื่องความเข้าใจหรือความปลอดภัย
5. เสริมแรงจูงใจ/ให้กำลังใจแรงงาน
ใช้คำพูดที่สร้างบรรยากาศที่ดี
เป็นตัวกลางในการสื่อสารวัฒนธรรมและความคาดหวังของนายจ้าง
บทบาทของ ล่ามพม่าในการอบรมเรื่องความปลอดภัย มีความสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยให้แรงงานต่างด้าวเข้าใจข้อมูลที่เกี่ยวกับชีวิตและความปลอดภัยอย่างถูกต้อง ลดอุบัติเหตุ และเพิ่มความพร้อมในภาวะฉุกเฉิน โดยเนื้อหาหลัก ๆ ที่ล่ามพม่าจะมีส่วนร่วมในการสื่อสาร มีดังนี้:
✅ 1. อบรมการใช้อุปกรณ์ดับเพลิง (Fire Safety)
ล่ามควรแปลและสาธิตเรื่อง:
ประเภทของถังดับเพลิง (CO₂, ผงเคมีแห้ง ฯลฯ)
วิธีใช้ถังดับเพลิง (หลักการ P.A.S.S.: Pull – Aim – Squeeze – Sweep)
จุดติดตั้งถังดับเพลิง / เส้นทางหนีไฟ
ขั้นตอนขณะเกิดเพลิงไหม้ เช่น ไม่ตื่นตระหนก / โทรแจ้ง 199
ตัวอย่างคำแปล:
🗣 พม่า: မီးသတ်သံဘူးကို သုံးတဲ့အခါမှာ၊ ခလုတ်ကိုနိပ်ပြီး မီးပေါ်ကို ဦးတည်ပစ်ပါ။ (เวลาฉีด ต้องเล็งไปที่ฐานของไฟ)
✅ 2. อบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid)
เนื้อหาที่ล่ามต้องแปล:
วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น ห้ามเลือด, พันแผล, CPR
การใช้ชุดปฐมพยาบาล (กล่องพยาบาล)
การจัดท่านอนหงาย – ตะแคง – ท่า Recovery
วิธีสื่อสารขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน
ตัวอย่างคำแปล:
🗣 ถ้ามีคนหมดสติให้ตรวจลมหายใจก่อน แล้วค่อย CPR
🗣 ပင်ပန်းလွန်းပြီး မသိရှိတော့တဲ့လူကို အသက်ရှု ရှိမရှိ စစ်ဆေးပါ။ သက်ရှိလျှင် CPR ပြုလုပ်ပါ။
✅ 3. สอนการใช้อุปกรณ์กู้ชีพ (Rescue Equipment)
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:
วิธีใช้สายรัด / เปลพยุง / เครนยกผู้บาดเจ็บ
การอพยพคนออกจากพื้นที่อันตราย
วิธีแจ้งเตือนภายในโรงงาน (เช่น สัญญาณเตือนฉุกเฉิน)
ล่ามควรทำหน้าที่:
แปลคำอธิบายของวิทยากรแบบคำต่อคำ
สาธิตการใช้อุปกรณ์ร่วมกับหัวหน้างาน
ตรวจสอบว่าแรงงานมีความเข้าใจหรือไม่
✅ 4. ฝึกซ้อมสถานการณ์จำลอง (Safety Drill)
ในสถานการณ์เช่น การจำลองไฟไหม้, การอพยพ, หรือ การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ล่ามจะต้อง:
แปลขั้นตอนการฝึกซ้อม
ชี้แจงจุดรวมพล จุดอพยพ
สั่งการเมื่อถึงสถานการณ์ฉุกเฉินจำลอง
ล่ามพม่าเข้าประสานงานในงานเลี้ยงสังสรรค์ต่าง ๆ เช่น งานเลี้ยงปีใหม่, งานกีฬาสี, หรืองานกิจกรรมพิเศษภายในองค์กร หมายถึง การที่ล่ามชาวพม่าทำหน้าที่ช่วยสื่อสารและประสานงานระหว่างแรงงานพม่าและผู้จัดกิจกรรมหรือผู้บริหาร เพื่อให้กิจกรรมดำเนินไปอย่างราบรื่นและทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน
✅ หน้าที่ของล่ามพม่าในงานเลี้ยง/กิจกรรม
แปลประกาศ / กติกา / กำหนดการ
เช่น ตารางงาน, เวลากิจกรรม, ข้อห้าม, ขั้นตอนเข้าร่วม
แปลให้แรงงานเข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นและต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
ช่วยดำเนินกิจกรรมหน้างาน
สื่อสารแทนพิธีกร หรือผู้จัดงาน
ช่วยแรงงานลงทะเบียน, จัดกลุ่ม, จัดแถว หรือขึ้นเวที
สร้างความเข้าใจร่วมในวัฒนธรรมองค์กร
อธิบายความหมายของ “งานเลี้ยงปีใหม่”, “งานกีฬาสี”, “วันเกิดบริษัท” เป็นต้น
ช่วยให้แรงงานมีส่วนร่วมกับกิจกรรมได้อย่างสนุก ไม่รู้สึกแปลกแยก
ดูแลแรงงานในระหว่างกิจกรรม
ติดตามความเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัย
แปลหากมีการกล่าวสุนทรพจน์ / การแสดง / หรือกิจกรรมเฉพาะกลุ่ม
สื่อสารกลับไปยังผู้จัดหรือ HR
รับฟังความต้องการ ข้อเสนอ หรือปัญหาของแรงงาน
ประสานงานให้กิจกรรมดำเนินได้โดยไม่สะดุด
ขั้นตอนการนำเข้าแรงงานแต่ละสัญชาติ
- ยื่นข้อเรียกร้องกรมดินแดง / เขตพื้นที่ 15-30 ประกาศอิสรภาพงาน
- รับข้อเรียกร้องจากกรมดินแดง / เขตพื้นที่ไปยื่นสถานฑูตพม่าประเทศไทย 10-15 วัน
- ให้บริษัทในกลุ่มงานฝั่งพม่านำความต้องการส่งส่งเนปิดอร์ 3-4 สัปดาห์ สถานฑูตตรวจตรวจสถานประกอบการ ( ทุกท่าน ) / เซ็นรับประกันนำเข้าแรงงานภายใน 9 วัน
- ค้นหาประเทศต้นทางคัดคนงาน + ตรวจโรค + คนไข้ / เจนซี่ทำ Name List 3-5 วัน
- ยื่นรายการสถานทูต 1-2 วัน
- ยื่นพื้นที่งานเขตพื้นที่ Name List + บาท31 ( ชมพูทำงาน ) 7-10 วัน
- กรมแรงงานดินแดง นำ Name List และใบยื่นคำขอเพื่อข้ามด่านยื่นขอขอกรมแรงงานดินแดง 15-30 วัน
- นำรายชื่อยื่นสถานทูตรับจกแสดงเพื่อข้ามด่านนำคนงานเข้า 1-2 วัน
- ส่งเนปิดอร์ อนุมัติวันรับที่ด่าน 2 สัปดาห์
- แรงงานทำบัตรสมาร์ทการ์ดโครงการต้นทางเพื่อข้ามด่าน
- ตรวจโรค , ตี Visa รับบัตร E -Work Permit 1-2 วัน
- รับแรงงานที่ด่านแม่สอด / ด่านระนอง / อบรมแรงงาน
- นำแรงงานส่งสถานประกอบการ
- แจ้งเข้าตม.เขตพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง
- แจ้งเข้าพื้นที่งานเขตพื้นที่ภายใน 15 วัน ยื่นเอกสาร / รายงานการวิจัยโรค / สำนักอีกครั้ง
- ยื่นข้อเรียกร้องกรมดินแดง / เขตพื้นที่ 15-30 ประกาศอิสรภาพงาน
- รับคำขอจากกรมดินแดง / เขตพื้นที่
- ส่งคำร้องขอให้เอเจนซี่ทางทีวีในคืนนี้ 5-10 วันต้องการ
- รับรายชื่อจากเอเจนซี่ต้นทางลาว
- รายการยื่น + บาท.31 การตัดเขตพื้นที่ระยะเวลา 10 วัน (ขึ้นอยู่กับเขตพื้นที่ )
- นำ Name List และใบยื่นคำขอ ( ยื่นกรมแรงงานดินแดง 30 วันเวลาราชการ )
- รายการให้ต้นทางเพื่อให้คอวีซ่า 7-10 วันเวลาตามปกติ
- แรงงานเดินทางข้ามด่าน – เจอคนงานข้ามด่าน ( 3-4 วันรู้ว่าวันข้ามด่าน )
- ตรวจโรค
- อบรม / รับแรงงานที่ด่าน – รับบัตร E-Work Permit
- นำแรงงานส่งสถานประกอบการแจ้งเข้าตม.เขตพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง
- แจ้งเข้าพื้นที่งานเขตพื้นที่ภายใน 15 วัน ยื่นเอกสาร / รายงานการวิจัยโรค / สำนักอีกครั้ง
- ยื่นคำขอออนไลน์รอต้นทางอนุมัติ 7- 14 วัน
- การยื่นคำขอ + บาทรายการ +.31 ถูกต้องงานระยะเวลา 10 วัน (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับเขตพื้นที่)
- นำรายชื่อและใบยื่นคำขอ (ยื่นขอกรมแรงงานใน 30 วันเวลาดังกล่าว)
- รายการให้ต้นทางเพื่อให้คอวีซ่า 7-10 วันเวลาตามปกติ
- แรงงานเดินทางข้ามด่าน – เมื่อคนงานเดินทางข้ามด่าน (ระยะเวลา 3 วันทราบวันข้ามด่าน)
- ตรวจโรค
- อบรม / รับแรงงานข้ามด่าน – รับบัตร E-Work Permit
- นำแรงงานส่งสถานประกอบการแจ้งเข้าตม.เขตพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง
- แจ้งเข้าเขตงานเขตพื้นที่ภานใน 15 วันยื่นเอกสาร / ผลตรวจโรค / แล้วทำงาน
- ยื่นคำขอ + รายชื่อบัญชี ( รายการ ) เขตพื้นที่ 7-10 วันขึ้นอยู่กับงาน
- ยื่นคำขอ + บัญชีรายชื่อ ( Name List ) ที่กรมดินแดง 14-20 วัน
- ขอคำขอ + บัญชีรายชื่อ ( รายการ ) ที่สถานทูตเมียนนายจ้างยืนยันระเบียบแรงงาน Retrun 7 วัน
- ยื่นพื้นที่งานเขตพื้นที่ Name List + บาท31 ( ชมพูทำงาน ) 7-10 วัน
- กรมแรงงานดินแดง นำ Name List และใบยื่นคำขอเพื่อข้ามด่านยื่นขอขอกรมแรงงานดินแดง 15-30 วัน
- นำรายชื่อยื่นสถานฑูตรับจดหมายเพื่อข้ามด่านนำคนเข้า 1-2 วัน
- ส่งเนปิดอร์ อนุมัติวันรับแรงงานเพื่อนข้ามด่าน 15 วัน
- ทันแรงงานข้ามด่านไปต้นทาง 1-2 วันแรงงานทำบัตรสมาร์ทการ์ดพร้อมเมียวดีรอข้ามด่านกลับฝั่งไทย
- ข้ามด่านฝั่งไทยตรวจโรค , ตีวีซ่า รับบัตร E-Work Permit
- รับแรงงานที่ด่านแม่สอด / ด่านระนอง / อบรมแรงงาน
- นำแรงงานส่งสถานประกอบการ
- แจ้งเข้าตม.เขตพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง
- แจ้งเข้าพื้นที่งานเขตพื้นที่ภายใน 15 วัน ยื่นเอกสาร / รายงานการวิจัยโรค / สำนักอีกครั้ง
- การยื่นคำขอในเขตแดนแดงเขตพื้นที่ 15-30 วันสำหรับเขตลอม
- รับข้อร้องเรียนคืนนี้จากกรมดินแดง/เขตพื้นที่
- ส่งไฟล์ให้กับเอเจนต์ขี่ต้นทางลาวไปที่เนมลิสคาสเซิล 5-10 วันแห่งความทรงจำ
- รับรายชื่อจากเอเจนซี่ต้นทางลาว
- ยื่นรายชื่อ + บาท.31 ตัดเขตพื้นที่ที่ต้องการ 10 วัน (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับเขตพื้นที่)
- นำ Name List และใบยื่นยื่นคำขอ (ยื่นกรมแรงงานดินแดง 30 วันเวลาราชกาค)
- รายการให้ต้นทางเพื่อให้คอรีวีซ่า 7-10 ข้อควรทราบ
- แรงงานเดินทางข้ามด่าน-เจอคนงานข้ามด่าน (ระยะเวลา 3-4 วันทราบวันข้ามด่าน)
- ตรวจโรคหน้าด่านหนองคาย
- อบรม/รับแรงงานที่ด่าน-รับบัตร E-Work Permit
- นำแรงงานส่งสถานประกอบการแจ้งเข้าตม.เขตพื้นที่ภายใน 24 ชม.
- แจ้งเข้าเขตงานเขตพื้นที่ภายใน 15 วัน ยื่นเอกสาร/ผลตรวจโรค/แต่ทำงาน
- การยื่นข้อเรียกร้องกรมดินแดงเขตพื้นที่ 15-30 วันเท่านั้นที่แยกงาน
- รับข้อร้องเรียนคืนนี้จากกรมดินแดง/เขตพื้นที่
- ส่งคำขอให้เอเจนซี่ทางเป็นไปได้ได้ที่เนมลิส ระขะเวลา 5-10 วัน เจ้าหน้าที่
- รับรายชื่อจากเอเจนซี่ต้นทาง
- ยื่นรายชื่อ+บต.31 ที่แยกงานเขตพื้นที่ ระชะเวลา 10 วัน (ระขะเวลาขึ้นอยู่กับเขตพื้นที่)
- นำ Name List และใบยื่นยื่นคำขอ (ยื่นกรมแรงงานดินแดง 30 วันดังกล่าว)
- ส่งรายชื่อให้ต้นทางเพื่อให้ลูกเรือคอรัสวีซ่า 7-10 ทราบ
- 1เรงงานเดินทางข้ามด่าน – เจอคนข้างด่าน (ระยะเวลา 3-4 วัน ทราบวันข้ามด่าน)
- ตรวจโรคหน้าด่านสระแก้ว
- อบรม/รับแรงงานที่ด่าน – รับบัตร E-Work Permit
- นำแรงงามส่งสถานประกอบการแจ้งเข้าเขตแ.พื้นที่กายในชม
- แจ้งเข้าเขตงานเขตพื้นที่ภายใน 15 วันขึ้นเอกสาร/ผลตรวจโรค/แต่ทำงานได้ตามปกติ
บรรยากาศนำเข้าแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ (MOU)
-
- เจ้าหน้าที่ GBTi พาแรงงานต่างด้าว MOU นำเข้าใหม่รับการจัดเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล และการประทับตราวีซ่า ณ ด่าน ตม. จ.ระนอง
-
- เจ้าหน้าที่ GBTi พาแรงงานต่างด้าว MOU นำเข้าใหม่ถ่ายภาพเพื่อจัดทำบัตรประจำตัว (e-Work Permit) ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนอง
-
- เจ้าหน้าที่ GBTi พาแรงงานต่างด้าว MOU นำเข้าใหม่อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฏหมายไทย,การทำงานและการใช้ชีวิตในประเทศไทยโดยเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดระนอง
-
- เจ้าหน้าที่ GBTi จัดทำเอกสารแจ้งเข้าจัดหางานเขตพื้นที่ภายใน 15 วัน และ แจ้งเข้า ตม. เขตพื้นที่ภายใน 24 ชม.
-
- เจ้าหน้าที่ GBTi พาแรงงาน MOU นำเข้าใหม่ เดินทางจากด่านพรมแดนถึง บ.GBTi ล่ามอบรมกฎระเบียบเบื้องต้นเรียบร้อย เพื่อส่งสถานประกอบการ
-
- เจ้าหน้าที่ GBTi พาแรงงาน MOU กลุ่มครบวาระ 4 ปี (RETURN) ขึ้นเรือจากด่านระนองไปเซ็นสัญญา (RETURN) เพื่อต่ออายุเอกสารและกลับมาทำงานกับนายจ้างเดิมอีกครั้ง ที่เกาะสอง ประเทศเมียนมา
-
- หลังจากจากที่เจ้าหน้าที่ GBTi พาแรงงาน MOU รีเทิร์น ไปเซ็นสัญญา MOU รีเทิร์นที่เกาะสองเรียบร้อยแล้ว พาแรงงานขึ้นเรือจากเกาะสองมาทำเอกสารที่ด่านระนอง
-
- เจ้าหน้าที่ GBTi พาแรงงาน MOU รีเทิร์น จัดเก็บอัตลักษณ์ , ตีวีซ่า , ถ่ายรูปทำบัตร E-WORKPERMIT และ ตรวจโรค ที่ด่านระนอง



















